ขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนยื่นวีซ่า Work and Holiday

Work and Holiday Application Checklist 

Checklist จากเวปสถานทูต

Checklist พร้อมคำอธิบายจาก Thaiwahclub & Beyond Study

ขั้นตอนที่ 1 การสมัครไอดีและกรอกข้อมูลยื่นวีซ่าออนไลน์ (Work and Holiday Visa)

สามารถดูรายละเอียดการสมัครและกรอกข้อมูลยื่นวีซ่าแบบออนไลน์ได้ที่นี่ครับ การกรอกฟอร์มยื่นวีซ่าออนไลน์

เอกสารทั้งหมดควรสแกนเป็นไฟล์ PDF ที่มีขนาดแต่ละไฟล์ไม่เกิน 5MB เพื่อสะดวกในการแนบ

รายละเอียดข้อมูลและเอกสารต่างๆมัดังนี้

– ค่าธรรมเนียมวีซ่า 485 AUD และ ค่าทำไบโอเมตทริกซ์ 851 บาท

หรือตรวจสอบค่าวีซ่าล่าสุดได้ที่นี่

– หนังสือเดินทางเล่มปัจจุบัน (Passport) ที่มีอายุการใช้งานคงเหลืออย่างน้อย 6 เดือน สแกนหน้าแรกและหน้าที่มีตราประทับเดินทางทุกหน้า (ถ้ามีหนังสือเดินทางเล่มเก่าให้สแกนด้วย)

– รูปถ่ายสี 

– บัตรประจำตัวประชาชนของผู้สมัคร

– ทะเบียนบ้านหรือสูติบัตร

ที่มีชื่อทั้งบิดาและมารดาของผุ้สมัคร (เลือกใช้ได้อย่างใดอย่างหนึ่ง)

– ใบเปลี่ยนชื่อ – นามสกุล

ในกรณีที่เราได้มีการเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุลเราต้องแจ้งไว้ให้ทางสถานทูตทราบในตอนกรอกข้อมูลยื่นวีซ่าและต้องแนบใบเปลี่ยนชื่อให้ทางสถานทูตด้วยครับ

– หลักฐานการผ่านการเกณฑ์ทหาร

สำหรับผู้ชายจะมีหลักฐานที่บอกว่าผ่านการเกณฑ์ทหารแล้วหรือเรียนรด.แล้วที่ ต้องยื่นไปด้วยครับแต่ละคนที่เรียนรด.มาแล้วจะได้ สด. 8 หรือ สด. 9  และคนที่ไม่เรียนแต่ผ่านการคัดเลือกทหารแล้วจะมีใบ สด. 43 ครับ

– หลักฐานการศึกษา

แนะนำว่าให้ยื่นไปทั้ง Transcript และใบรับรองจบ ไปทั้งสองใบเลยครับในกรณีที่มหาวิทยาลัยไหนออกใบรับรองหรือ Transcript มาเป็นภาษาไทย แนะนำให้ไปขอเวอร์ชันภาษาอังกฤษจากทางมหาวิทยาลัยไว้ตั้งแต่เนิ่นๆครับ (เพราะถ้าเอกสารที่เป็นภาษาไทยจะส่งไป ก็ต้องมีเวอร์ชันแปลส่งไปด้วย และเอกสารอย่าง transcript นี่แปลค่อนข้างยากครับ)

– หลักฐานการทำงาน 

เช่น จดหมายรับรองการทำงานก็เป็นหลักฐานที่ควรแนบไปด้วยครับเพราะแสดงให้เห็นถึงประวัติของเราว่าเราทำอะไรมาบ้าง

– หลักฐานเกี่ยวกับทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ

ไม่ว่าจะเป็น IELTS / TOEFL หรือผลการเรียนเป็นโปรแกรมภาษาอังกฤษ หรือ International Program

– หลักฐานการสมรส

– แผนการเดินทางโดยคร่าว ๆ และประเภทงานที่สนใจจะทำระหว่างอยู่ในออสเตรเลีย 

เขียนแผนการเดินทางเป็น ภาษาอังกฤษ ความยาวไม่เกิน 1 หน้ากระดาษ A4 โดยประมาณเขียนคร่าวๆ ว่าเราจะไปทำอะไรบ้างที่ไหนยังไง อ่านเพิ่มเติม เกี่ยวกับแผนการเดินทางได้ใน เขียนอะไรดีในแผนการเดินทาง

จากที่ได้ฟังบรรยายจากสถานทูตล่าสุด เค้าบอกว่าแผนการเดินทางไม่จำเป็นต้องมีก็ได้ แต่ผมยังแนะนำให้มีอยู่ดีครับเพราะแผนการเดินทางจะทำหน้าที่เป็น Statement of purpose ที่บอกเป้าหมายของเราว่าเราเป็นใคร จะไปทำอะไรในประเทศเค้าได้ดีกว่าเอกสารอื่นๆ

– หนังสือรับรองจากทาง ดย. 

– หลักฐานทางการเงิน

ผู้สมัครจะต้องแนบหลักฐานการเงินที่มีเงินอย่างน้อย 5,000 AUD  โดยแนบ Bank Statement ย้อนหลัง 6 เดือน

คำอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักฐานการเงินสำหรับการยื่นวีซ่า Work and Holiday Australia

เนื่องด้วยเหตุผลที่ว่าเรื่องหลักฐานการเงินเป็นเรื่องหนึ่งที่สำคัญที่สุดในการยื่นวีซ่า จึงอยากอธิบายตรงนี้เพิ่มเติมให้โดยละเอียด โดยแยกตามประเภทของหลักฐานดังนี้

ในการยื่นเอกสารกับทางสถานทูตออสเตรเลีย เอกสารที่แนะนำให้แนบไปด้วยเลยคือ Bank statement ย้อนหลัง 6 เดือน

**เงินไม่จำเป็นต้องค้างอยู่ 6 เดือนก็ได้ แต่ต้องมีที่มาชัดเจน คือมาจากคนที่น่าจะให้เราจริง ที่มีอาชีพชัดเจน และโอนให้แล้วเค้าก็ไม่เดือดร้อนครับ**

ทางสถานทูตจะดูว่าผู้สมัครมี transaction หรือการเข้าออกของเงินเป็นยังไงในช่วงหกเดือนล่าสุดก่อนยื่นวีซ่า หากมีเงินก้อนใหญ่เข้ามา เราก็ควรที่จะสามารถอธิบายที่มาของเงินเหล่านั้นพร้อมแนบหลักฐานไปด้วยครับ (Evidence of source of sudden fund and explanation)

วิธีดูง่ายๆ ว่าเราควรจะต้องแนบหลักฐานหรือต้องอธิบายที่มาของเงินหรือไม่ก็คือ ดูว่าการเข้าออก และเงินที่คงอยู่โดยทั่วไปมีเท่าไหร่ เช่น ถ้าเรามีเงิน 2 แสนมาตั้งแต่ 6 เดือนก่อน และมีเงินเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ แต่ไม่เคยมียอดต่ำกว่า 2 แสนเลย แบบนี้ก็ไม่มีปัญหาอะไร (แค่อาจจะเขียนอธิบายให้เข้าใจว่าเงินที่อยู่ในบัญชีมีที่มาจากที่ไหน เช่น เป็นเงินเก็บ) แต่หากว่า บัญชีที่เรามีเป็นบัญชีเงินหมุน เช่น  ยอดสูงและต่ำสุดระหว่าง 1-2 หมื่นบาท แต่ก่อนจะยื่นวีซ่ามีเงินโอนเข้ามาอีก 1.5 แสน โดยไม่ว่าจะโอนเข้ามาทีละ 5 หมื่นบาท 3 ก้อน หรือจะโอนมา 1.5 แสนทีเดียว เราก็จะต้องอธิบายให้ทางสถานทูตฟังได้ โดยมีหลักฐานที่เชื่อถือได้แนบไปด้วยครับ (คือการเข้าออกของเงินไม่เหมือนปกติก่อนหน้านี้)

ตัวอย่างสมุดบัญชีเงินฝากสำหรับยื่นวีซ่า

หลักฐานที่ควรแนบไปเพื่ออธิบายการเข้ามาของเงินก้อนใหญ่

Evidence of source of funds

BANK OF AYUDHYA
Name of Account Mr Punz
Account No. 15X-1-30760-X

My main income is from XX Company Limited that I have been working as a full time employee in position Marketing Officer since 18 May 2009 (X Bath) with transfers to my saving bank account (15X-1-30760-X) every month (day 28th). So I

27/07/11 Received bonus and salary amount 3X,070 Baht.
24/08/11 Received gift 13X,000 for Work and Holiday in Australia fromMr X, my older brother who is my guardian.

Regarding my personal finances, I have also provided evidences to consider the derivation of income by following;

– Savings account passbook (BANK OF AYUDHYA Account No. 15X-1-30760-X)
– Employment letter.

If you would like any further information, please don’t hesitate to contact me.

Yours faithfully,

Mr X

ตัวอย่างอีกฉบับจากน้องเล้ง ณ Sydney ครับ  [Leng-Leng Taecharattanawanit]

Evidence of Source of Funds
BANK OF xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx
Name of Account Miss xxxxxxxxxxxxx
Account No. xxxxxx

My main income is from working for xxxxxxxxxxxxx. I have been working as a xxxxxxxxxxxxxx since DATE MONTH YEAR (starting at xxx THB) in which transfers to my saving bank account (xxxxxxxxx) every month (day 30th/31st).

Regarding my personal finances, I have also provided evidences to consider the derivation of income as follows:

– Savings account passbook (BANK OF xxxxxxxxxxx Account No. xxxxxxx)
– Statement of the past six months (BANK OF xxxxxxxxxxxx Account No. xxxxxxx)
ข้อนี้ optional นะ เค้าไม่ได้ขอ แต่อยากให้ก็ได้ 55555 อันนี้เผอิญเปน คนละบัญชีกับเงินเดือน
– Employment letter (ถ้ามี)

If you have further query, please do not hesitate to contact me.

Yours faithfully,

Name Surname

ในกรณีที่มีผู้สนับสนุนทางการเงิน ผมมีเขียนตัวอย่างไว้ให้ดูอีกเพิ่มเติมดังด้านล่างครับ

ตัวอย่างจดหมาย – Evidence of Source of Fund

นอกจากนี้ ปกติจะแนะนำให้มีจดหมายอีกฉบับที่เขียนโดยผู้สปอนเซอร์แนบไปด้วย เพื่ออธิบายว่าเงินก้อนนี้ให้เราจริงๆครับ

ตัวอย่างจดหมาย – Financial Support Letter

**ที่สำคัญที่ต้องเน้นเลย คือตัวอย่างจดหมายนี่ให้ไว้สำหรับเป็นตัวอย่างเฉยๆ นะครับ ไม่แนะนำให้ลอกไป เพราะแต่ละคนรายละเอียดจะต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นคนที่โอนเงินให้ หลักฐานที่มาขอเงินของคนที่โอนให้ ความสัมพันธ์กับคนที่โอนให้

สำหรับกรณีอื่นๆ ผมแนะนำให้อ่านกระทู้ การทำ Statement Work and Holiday ด้วยครับ ในกระทู้จะอธิบายถึง case study แบบต่างๆที่มีเพื่อนๆมาถามไว้ครับ

– Evidence of Source of Fund (ในกรณีที่มีเงินเพิ่งเข้ามาไม่นาน)

– หลักฐานเกี่ยวกับการประกัน

ก่อนหน้านี้จะมี condition ในวีซ่าที่บอกไว้เลยว่าเราต้องมีประกันตลอดระยะเวลาการเดินทางด้วย แต่หลังๆนี้สถานทูตนำออกไปแล้วครับ ดังนั้นจะมีหรือไม่มีก็ได้ ไม่มีผลกับการพิจารณาวีซ่า อย่างไรก้ตามผมแนะนำให้มีไปด้วยเลยถ้าจะซื้ออยู่แล้วครับ เพราะจะมีกรณีที่ไม่ได้ยื่นไปแล้วทางสถานทูตขอเพิ่มมาก็มี และยังไงก่อนไปก็แนะนำให้มีก่อนอยู่แล้วและไม่แพงด้วย

เกร็ดความรู้เรื่องประกันสุขภาพ

รายละเอียดการทำประกัน WHS/WAH (3/6 เดือน : Chartis)

รายละเอียดการทำประกัน WHS/WAH (1 ปี : ไทยวิวัฒน์)

รายละเอียดการทำประกัน WHS/WAH (1 ปี : Allianz)

การแปลเอกสาร

การยื่นเอกสารกับสถานทูตเราจำเป็นต้องแปลเอกสารทุกอย่างที่ไม่เป็นภาษาอังกฤษไปให้ทางสถานทูตด้วย ซึ่งข้อควรทราบในการแปลเอกสารสำหรับ Work and Holiday Visa มีดังนี้ครับ

 มีเอกสารอะไรที่ต้องแปลบ้าง?

– เอกสารใดๆที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษต้องแปลไปทั้งหมดครับ

ต้องให้ใครแปล แปลเองได้หรือเปล่า ต้องมีการรับรองหรือไม่?

– ในปีนี้ผู้สมัครและบุคคลไม่สามารถแปลเอกสารเองได้ครับ ดังนั้นจำเป็นต้องจ้างร้านแปลที่สามารถประทับตรารับรองได้นะครับ

Thai Wah Club มีบริการรับแปลเอกสาร สำหรับคนที่กำลังยื่น Work and Holiday Visa แล้วนะ!

ใครที่กำลังมองหาคนช่วยแปลเอกสารจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือรับรอง เอกสารทางกฎหมาย สูติบัตร ทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน หรือเอกสารอื่นๆ สามารถติดต่อเราได้โดยตรง

ขั้นตอนในการติดต่อ
1. ติดต่อผ่าน Line ID: nhing.beyondstudy
2. ส่งเอกสารมาเพื่อประเมิณราคา
3. ตกลงเรื่องค่าบริการ และระยะเวลาที่ใช้ในการแปลเอกสาร
4. รอรับเอกสารได้เลย

รับประกันความถูกต้องตามหลักภาษา และไวยากรณ์ เน้นคุณภาพและราคาที่เหมาะสม สามารถนำเอกสารไปใช้หลังจากแปลเสร็จแล้วได้ทันที

สนใจสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
Line ID: nhing.beyondstudy

ขั้นตอนที่ 2 การนัดหมาย VFS

ผู้ขอวีซ่าออสเตรเลียจากประเทศไทยจำเป็นต้องทำการนัดหมายกับ VFS ล่วงหน้าก่อนไปดำเนินการไบโอเมตทริกซ์ วิธีการนัดหมายคลิกที่นี่

หลังจากนัดแล้ว ให้นำใบนัดหมาย, Passport ตัวจริงและเอกสารแจ้งดำเนินการไบโอเมตทริกซ์ (s257A (s40))มาแสดงตามวันและเวลาที่นัดหมาย ที่ศูนย์ยื่นวีซ่าออสเตรเลียในกรุงเทพฯและเชียงใหม่

คำแนะนำเพิ่มเติม

ขั้นตอนที่ 3 การตรวจสุขภาพ

กำหนดการเดินทางหลังได้รับวีซ่าแล้ว

เมื่อได้รับวีซ่าแล้วทางสถานทูตกำหนดไว้ว่าเราจะต้องเดินทางเข้าประเทศออสเตรเลียภายใน 1 ปี และหลังจากเข้าประเทศออสเตรเลียไปแล้ว เราสามารถอยู่ต่อได้อีก 1 ปีครับ เช่น วีซ่่าผ่าน 10 Aug 2018 , เราเข้าประเทศออสเตรเลียได้ไม่เกิน 10 Aug 2019 และสมมติเราเข้าประเทศเค้าในวันที่ 1 Aug 2019 เราจะอยู่ในออสเตรเลียได้ถึง 1 Aug 2020 ครับ

ข้อแนะนำเพิ่มเติม : 

การเข้าประเทศเราจะอายุเกิน 31 ไปแล้วก็ไม่มีปัญหาครับ (คือได้วีซ่าแล้วเดินทางหลังอายุเกินไม่เป็นไร แต่ตอนยื่นวีซ่าอายุจะต้องยังไม่ 31)

การเข้าออกประเทศออสเตรเลีย ถึงเเม้จะมีเวลา 1 ปีเป๊ะๆมาให้ แต่ก็แนะนำให้เข้าออกก่อนกำหนดนิดหน่อยป้องกันการดีเลย์ และเหตุการณ์ไม่คาดคิดต่างๆครับ

วีซ่าออสเตรเลียจะเป็น e-visa ดังนั้นจะไม่มี label แปะมาด้วยไม่ต้องตกใจสามารถเข้าประเทศได้ด้วย passport เพียงอย่างเดียว แต่อย่างไรก็ตามแนะนำให้พกใบ visa grant letter ติดตัวไปด้วยตอนเข้าประเทศครับ (และเผื่อใช้ในการหางานด้วย)

สแกนหลักฐานสำคัญต่างๆไม่ว่าจะเป็น visa grant letter , passport , IELTS ไว้และส่งเข้า email เก็บใน flashdrive ไว้ด้วยกันเหตุฉุกเฉินครับ

แบ่งปันสิ่งนี้:

Like this:

Share

ขั้นตอนการยื่นวีซ่า Work and Holiday Australia 2020
Follow by Email
YouTube
%d bloggers like this: